วิธีการในการดำเนินโครงการ

คณะที่ปรึกษาฯ มีวิธีการในการดำเนินโครงการดังนี้

  1. กระบวนการด้านการสำรวจและคัดเลือกพื้นที่ชุมชน และการจัดตั้งผู้แทนหรือแกนนำชุมชน มีขั้นตอนดังนี้

1.1 จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ “เสริมสร้างศักยภาพการใช้ประโยชน์และพัฒนาสายน้ำเจ้าพระยา/ป่าสัก (ระยะที่ 3) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558” (รายชื่อคณะกรรมการดำเนินโครงการแสดงในภาคผนวก)

1.2  กำหนดขอบเขตรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดเป็นรายบุคคล

1.3  สำรวจและคัดเลือกชุมชนเข้าร่วมโครงการ โดยสำรวจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 24 ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนตลอดลำน้ำป่าสัก/เจ้าพระยา ในเขต 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนนทบุรี จากนั้นกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกชุมชนเข้าร่วมโครงการ โดยเกณฑ์ที่ใช้จะพิจารณาจาก ความรุนแรงของปัญหาผักตบชวาในชุมชน ข้อมูลภาคเกษตรกรรมในชุมชน ความต้องการใช้ประโยชน์จากผักตบชวาของคนในชุมชน และความพร้อมของชุมชนในการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้

1) การสำรวจชุมชนและข้อมูลของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ จากเอกสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและงานวิจัยที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ตามโครงการระยะที่ 1 และ 2

2) การสำรวจข้อมูลตามสภาพจริง โดยลงพื้นที่สำรวจจากชุมชนที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 24 ชุมชน โดยมีข้อมูลที่สำรวจ เช่น

(1) สภาพปัญหาและการแพร่กระจายของผักตบชวา

(2) คุณภาพน้ำที่มีผักตบชวาขึ้นปกคลุม เช่น อุณหภูมิน้ำ ออกซิเจนละลายในน้ำ เป็นต้น

(3) ข้อมูลการประกอบอาชีพของคนในชุมชน

(4) ความพร้อมของชุมชนในการดำเนินการนำผักตบชวามาใช้ประโยชน์

(5) ความต้องการของชุมชนในการนำผักตบชวามาใช้ให้เกิดประโยชน์

(6) ความพร้อมด้านสถานที่ในการจัดเก็บผักตบชวา รวมถึงสถานที่ในการจัดทำผลิตภัณฑ์

จากผักตบชวาและสถานที่เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิต

(7) ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

1.4  การกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกชุมชนจาก 24 ชุมชนที่ทำการสำรวจ โดยคัดเลือกให้เหลือ 12 ชุมชน ซึ่งใช้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจตามเอกสารที่เกี่ยวข้อง และสำรวจตามสภาพจริง เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือก ได้แก่ ข้อมูลความรุนแรงของปัญหาผักตบชวาในชุมชน ข้อมูลภาคเกษตรกรรมในชุมชน ความต้องการใช้ประโยชน์จากผักตบชวาของคนในชุมชน และความพร้อมของชุมชนในการเข้าร่วมโครงการ

1.5   นำเกณฑ์ในการคัดเลือกชุมชนให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาและขอความเห็นชอบ แล้วนำเกณฑ์ดังกล่าวมาพิจารณาคัดเลือกชุมชนเข้าร่วมโครงการ

1.6  การคัดเลือกชุมชนเข้าร่วมโครงการ โดยนำเกณฑ์การพิจารณาชุมชนที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุมาทำการคัดเลือกจากชุมชนที่ได้จากการสำรวจอย่างน้อย 24 ชุมชน แล้วคัดเลือกให้เหลือเพียง 12 ชุมชน ทั้งนี้เมื่อคณะทำงานดำเนินการคัดเลือกแล้วเสร็จ จะเสนอผลการพิจารณาคัดเลือกชุมชนทั้ง 12 ชุมชนอีกครั้ง แก่กรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อขอความเห็นชอบ

1.7  เมื่อทำการคัดเลือกชุมชนได้ครบทั้ง 12 ชุมชนแล้ว ดำเนินการเชิญชวนประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการรวมกันไม่น้อยกว่า 600 คน  (1 ชุมชนมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 50 คน เมื่อรวมทั้ง 12 ชุมชน ต้องมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 600 คน) พื้นที่ดำเนินโครงการครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนนทบุรี

1.8   คัดเลือกชุมชนจำนวน 1 ชุมชน เพื่อเป็นต้นแบบในการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโครงการโดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมกับชุมชน อาทิเช่น ปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ ดินผสม ถ่านอัดแท่ง และการเพาะเห็ดฟางจากผักตบชวา ในขั้นตอนนี้คณะที่ปรึกษาฯ จะนำผลการคัดเลือกชุมชนและผลิตภัณฑ์ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบก่อน

1.9  ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มของผู้แทนชุมชนจาก 12 ชุมชน รวม 60 คน จากชุมชนละ 5 คน ให้เป็นคณะกรรมการในการรับผิดชอบโครงการ และเป็นผู้กำกับกิจกรรมของโครงการภายหลังจากส่งมอบงานแล้วให้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนคู่กับชุมชนต่อไป

  1. กระบวนการด้านการศึกษารูปแบบ วิธีการ ขั้นตอน/กรรมวิธี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักตบชวาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามความเหมาะสม ความต้องการของชุมชนในพื้นที่ และคุณภาพภายใต้มาตรฐานวิชาการอย่างน้อย 4 รูปแบบ ดังนี้

2.1 การพัฒนารูปแบบ วิธี และกรรมวิธี สำหรับการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวา

การพัฒนารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีสำหรับการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวา ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

1) ศึกษารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีในการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวา โดยมีขั้นตอนดังนี้ การสำรวจชุมชน ความต้องการและความพร้อมในการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ โดยมีประเด็นในการพิจารณา เช่น วัสดุที่นำมาดำเนินการ การเลือกพื้นที่ทดสอบ และการทดลองปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพที่เหมาะสมกับชุมชน เป็นต้น

สำหรับกรรมวิธีที่ใช้ในการทดสอบการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวามี 12 กรรมวิธี ดังตารางที่ 1 สำหรับปัจจัยที่วิเคราะห์ของปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพที่ทดสอบในครั้งนี้ประกอบด้วย ค่าความเป็นกรด-ด่าง ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณธาตุอาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ. 2548 ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

ก) ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ไม่น้อยกว่า 5.5-8.5

ข) ปริมาณอินทรียวัตถุ (O.M.) ไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

ค) ปริมาณธาตุอาหารหลัก อย่างน้อยประกอบด้วย

– ไนโตรเจน (Total N) ไม่น้อยกว่า 1.0 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก

– ฟอสฟอรัส (Total P2O5) ไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก

– โพแทสเซียม (Total K2O) ไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก

และเนื่องจากผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวา จัดเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ดังนั้น เพื่อความสอดคล้องกับข้อกำหนดขอบเขตของงานในโครงการ คณะที่ปรึกษาฯ จะดำเนินการแปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับชุมชนเป้าหมายตลอดระยะเวลาของโครงการเป็นจำนวน 50,000 กิโลกรัม รวมทั้งมีผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานภายใต้องค์ประกอบหรือปริมาณธาตุอาหารของปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาตามเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ. 2548 ของกรมวิชาการเกษตร

2) คณะที่ปรึกษาฯ ทำการศึกษาและพัฒนาทดลองกรรมวิธีในการผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาที่มีการนำผักตบชวามาเป็นวัตถุดิบในการทดสอบ และเมื่อได้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแล้ว นำผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาไปวิเคราะห์คุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพในห้องปฏิบัติการตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดต่อไป เมื่อได้ผลวิเคราะห์คุณภาพปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพที่ได้มาตรฐานแล้วทำการสร้างคู่มือในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาที่ได้จากการทดสอบและทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาต่อไป

3) คณะที่ปรึกษาฯ ประชุมร่วมกับผู้ร่วมโครงการ เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวา

4) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาให้แก่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 600 คน

ตารางที่ 1 สูตรการผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวา

 

กรรมวิธี/สูตร ส่วนผสมโดยน้ำหนัก (%) รวม
ผักตบชวา มูลไก่ กากถั่วเหลือง รำละเอียด หินฟอสเฟต เพอร์ไลต์ สารเร่ง พด.1 ไตรโคเดอร์มา
สูตร 1 80 10 10 / 100
สูตร 2 80 10 5 5 / 100
สูตร 3 80 10 10 / 100
สูตร 4 80 10 5 5 / 100
สูตร 5 70 10 10 10 / 100
สูตร 6 70 10 10 5 5 / 100
สูตร 7 70 10 10 10 / 100
สูตร 8 70 10 10 5 5 / 100
สูตร 9 60 20 10 10 / 100
สูตร 10 60 20 10 5 5 / 100
สูตร 11 60 20 10 10 / 100
สูตร 12 60 20 10 5 5 / 100

 

5) จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ชุมชนได้มีการนำเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพจากผักตบชวาไปใช้ประโยชน์ ร่วมกับการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ให้คลองสวยน้ำใส เพื่อกำจัดผักตบชวาให้หมดไป โดยนำผักตบชวามาแปรรูปให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น

2.2 การพัฒนารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีสำหรับการทำดินผสมจากผักตบชวา

ในการพัฒนารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีสำหรับการทำดินผสมจากผักตบชวา มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

1) ศึกษารูปแบบ วิธี และกรรมวิธี ในการทำดินผสมจากผักตบชวา โดยมีขั้นตอนดังนี้ การสำรวจชุมชนความต้องการ และความพร้อมในการทำดินผสมจากผักตบชวา เช่น ชนิดของดิน วัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ประโยชน์ ปริมาณวัตถุดิบ และความสามารถในการผลิต เป็นต้น

สำหรับกรรมวิธีในการทำดินผสมจากผักตบชวามี 13 กรรมวิธีดังในตารางที่ 2 ดินผสมที่ทำการทดสอบมีปัจจัยที่วิเคราะห์ประกอบด้วยปัจจัยทางกายภาพ และปัจจัยทางเคมี สำหรับปัจจัยทางกายภาพได้แก่ ความจุความชื้นสนาม ความสามารถในการอุ้มน้ำที่จุดเหี่ยวถาวรของพืช ความจุความชื้นที่เป็นประโยชน์ และความชื้นของดิน ส่วนปัจจัยทางเคมีประกอบด้วย ความเป็นกรด-ด่าง การนำไฟฟ้า ปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้

2) คณะที่ปรึกษาฯ ทำการศึกษาและพัฒนาการทำดินผสมจากผักตบชวา และเมื่อได้กรรมวิธีที่เหมาะสมในการทำดินผสมแล้ว ทำการสร้างคู่มือในการทำดินผสมจากผักตบชวา และทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการทำดินผสมจากผักตบชวาต่อไป

3) คณะที่ปรึกษาประชุมร่วมกับผู้ร่วมโครงการ เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำดินผสมจากผักตบชวา

4) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำดินผสมจากผักตบชวาให้แก่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 600 คน

5) จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ชุมชนได้มีการนำกรรมวิธีการทำดินผสมจากผักตบชวามาใช้ประโยชน์

 

ตารางที่ 2 สูตรดินผสมจากผักตบชวา

 

กรรมวิธี/สูตร ส่วนผสมโดยน้ำหนัก (%) รวม
ผักตบชวา ดินร่วน แกลบ ทราย น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยเคมี
สูตร 1 60 20 10 10 / 0 100
สูตร 2 60 20 10 9.5 / 0.5 100
สูตร 3 60 15 15 9.0 / 1 100
สูตร 4 60 20 10 8.5 / 1.5 100
สูตร 5 70 10 10 10 / 0 100
สูตร 6 70 10 10 9.5 / 0.5 100
สูตร 7 70 15 5 9.5 / 0.5 100
สูตร 8 70 15 10 4 / 1 100
สูตร 9 80 10 10 0 / 0 100
สูตร 10 80 10 10 4.5 / 0.5 100
สูตร 11 80 5 10 4 / 1 100
สูตร 12 80 10 5 3.5 / 1.5 100
สูตร 13 100 100

2.3 การพัฒนารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีสำหรับการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวา

1) ศึกษารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีในการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวา โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1) การสำรวจชุมชน ความต้องการ และความพร้อมในการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวา เช่น ชนิดของวัตถุดิบที่นำมาเป็นส่วนผสม ปริมาณวัตถุดิบ ความสามารถในการผลิต ความต้องการใช้เชื้อเพลิงในชุมชน เป็นต้น

สำหรับกรรมวิธีในการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวามี 8 กรรมวิธี ดังแสดงในตารางที่ 3 ในการประเมินคุณภาพของถ่านอัดแท่งจากผักตบชวาโดยการวิเคราะห์หาค่าความร้อน และหาองค์ประกอบทางเคมีของเชื้อเพลิงอัดแท่งจากผักตบชวา ประกอบด้วย ปริมาณคาร์บอนเสถียร ปริมาณเถ้า ปริมาณความชื้น และค่าความร้อน

2)  คณะที่ปรึกษาฯ ทำการศึกษาและพัฒนากรรมวิธีการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวา และเมื่อได้กรรมวิธีที่เหมาะสมแล้ว ทำการสร้างคู่มือในการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวา และทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการทำถ่านอัดแท่งจากผักผักตบชวาต่อไป

3) คณะที่ปรึกษาฯ ประชุมร่วมกับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการในการถ่ายทอดกรรมวิธีในการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวา

4) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดกรรมวิธีการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวาให้แก่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 600 คน

5) จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ชุมชนได้มีการนำกรรมวิธีการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวาไปใช้ประโยชน์

ตารางที่ 3 กรรมวิธีในการทำถ่านอัดแท่งจากผักตบชวา

 

กรรมวิธี ส่วนผสมโดยน้ำหนัก (%) รวม
กะลามะพร้าว ซังข้าวโพด ผักตบชวา แป้งมันสำปะหลัง น้ำ
T1 100 0 0 / / 100
T2 0 100 0 / / 100
T3 0 0 100 / / 100
T4 25 25 50 / / 100
T5 20 20 60 / / 100
T6 15 15 70 / / 100
T7 10 10 80 / / 100
T8 5 5 90 / / 100

 

2.4 การพัฒนารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีในการใช้ผักตบชวาเป็นวัสดุในการเพาะเห็ดฟาง

             ในการพัฒนารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีในการใช้ผักตบชวาเป็นวัสดุในการเพาะเห็ดฟาง มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

1)  ศึกษารูปแบบ วิธี และกรรมวิธีในการใช้ผักตบชวาเป็นวัสดุในการเพาะเห็ดฟาง โดยมีขั้นตอนได้แก่ การสำรวจชุมชน ความต้องการ และความพร้อมในการเพาะเห็ดฟาง เช่น วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ชนิดของวัตถุดิบที่นำมาใช้ ปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ และความสนใจของคนในชุมชน เป็นต้น

สำหรับกรรมวิธีในการใช้ผักตบชวาเป็นวัตถุดิบในการเพาะเห็ดฟางมี 6 กรรมวิธี ดังแสดงในตารางที่ 4 ทำการประเมินคุณภาพของเห็ดฟางที่เพาะจำนวน 4 ลักษณะ ประกอบด้วย ผลผลิตของเห็ดฟาง ความกว้างของดอก ความสูงของดอก และน้ำหนักต่อดอกของเห็ดฟาง

2)  คณะที่ปรึกษาฯ ทำการศึกษากรรมวิธีในการใช้ผักตบชวาเพื่อการเพาะเห็ดฟาง และเมื่อได้กรรมวิธีในการเพาะเห็ดฟางที่เหมาะสมแล้ว ทำการสร้างคู่มือในการเพาะเห็ดฟางจากผักตบชวา และทำการถ่ายทอดกรรมวิธีในการเพาะเห็ดฟางจากผักตบชวาต่อไป

3)  คณะที่ปรึกษาฯ ประชุมร่วมกับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการในการถ่ายทอดกรรมวิธีในการเพาะเห็ดฟางจากผักตบชวา

4)  จัดอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดกรรมวิธีการเพาะเห็ดฟางจากผักตบชวาให้แก่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 600 คน

5)  จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ชุมชนได้มีการนำกรรมวิธีการเพาะเห็ดฟางจากผักตบชวาไปใช้ประโยชน์

ตารางที่ 4 กรรมวิธีในการใช้ผักตบชวาเป็นวัสดุในการเพาะเห็ดฟาง

 

กรรมวิธี วัสดุเพาะ น้ำหนักรวม
วัสดุอื่นๆ (กก.) ผักตบชวา (กก.)
T1 ฟางข้าว 5.0 กก. ผักตบชวา 2.5 กก. 7.5 กก.
T2 ฟางข้าว 5.0 กก. ผักตบชวา 5.0 กก. 10 กก.
T3 เปลือกถั่วลิสง 5.0 กก. ผักตบชวา 2.5 กก. 7.5 กก.
T4 เปลือกถั่วลิสง 5.0 กก. ผักตบชวา 5.0 กก. 10 กก.
T5 ขี้เลื่อย 5.0 กก. ผักตบชวา 2.5 กก. 7.5 กก.
T6 ขี้เลื่อย 5.0 กก. ผักตบชวา 5.0 กก. 10 กก.

เมื่อได้กระบวนการ รูปแบบ วิธีการ ขั้นตอนหรือกรรมวิธี ในการพิจารณาผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาทั้ง 4 รูปแบบ แล้ว ทำการประเมินความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา 4 รูปแบบ ใน 3 มิติ คือ

1) มิติด้านผลประโยชน์ตอบแทนต่อพื้นที่ ที่เปรียบเทียบจากปริมาณวัตถุดิบที่ใช้และราคาของผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาตามมาตรฐานวิชาการที่เกี่ยวข้อง

2) มิติด้านประสิทธิผล ที่ตอบสนองต่อยอดและสร้างความยั่งยืนการแก้ปัญหากับแหล่งที่มีผักตบชวา (วัตถุดิบหลัก) แพร่กระจายจำนวนมาก ว่าด้วยความพร้อมในปัจจัยการผลิต รูปแบบการจัดโครงสร้างกลุ่มแกนนำของชุมชนจาก 12 ชุมชน สำหรับการกำกับดูแลกิจกรรมของโครงการภายหลังการส่งมอบงานให้แก่ชุมชนเป้าหมายให้บรรลุวัตถุประสงค์

3) มิติด้านอุปสงค์ (ตลาด) เพื่อการใช้ประโยชน์หรือเพื่อการจำหน่าย ว่าด้วยการบริหารจัดการด้านต้นทุนการผลิต การกำหนดราคาจำหน่าย/เพื่อสร้างรายได้หรือกำไรจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาและที่เกี่ยวข้อง

 

  1. ขั้นตอนการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ และถ่ายทอดกระบวนการจัดทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา

จัดกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมจากชุมชน เพื่อทำความสะอาดแม่น้ำคูคลองในชุมชน และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ ชุมชนละ 1 ครั้ง ระยะเวลา 1 วัน โดยมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 50 คน การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการนี้จะทำการจัดทั้งหมด 12 ครั้ง ให้แก่ชุมชนที่ร่วมโครงการทั้ง 12 ชุมชน และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 600 คน

  1. ขั้นตอนการส่งเสริม นำไปใช้ประโยชน์ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา

ทำการจัดหาแหล่งจำหน่ายที่เหมาะสม อย่างน้อย 4 แหล่ง รวมถึงทำการประเมินความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ใน 3 มิติ โดยแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ได้แก่

  1. ตลาดต้นไม้ บริเวณองค์การโทรศัพท์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  2. ตลาดนัดวันเสาร์-อาทิตย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
  3. ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  4. ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อำเภอบางประอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

  1. ขั้นตอนการสนับสนุนเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ หรือบรรจุภัณฑ์สำหรับทำการผลิตผลิตภัณฑ์ หรือเครื่องมือ อุปกรณ์สำหรับนำมาใช้จัดเก็บผักตบชวา

จะพิจารณาจากความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

  1. ขั้นตอนการติดตามประเมินผลโครงการ

ทำการสอบถามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน ข้อเสนอแนะ รวมทั้งปัญหาและความต้องการของชุมชน โดยทำการติดตามผลภายหลังจากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือน

  1. ขั้นตอนการจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ

          ดำเนินการจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดโครงการ โดยจะเป็นการสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมด พร้อมภาพถ่ายที่แสดงขั้นตอนการปฏิบัติงาน และรายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยบันทึกบนแผ่น DVD ในรูป PDF File จำนวน 10 ชุด

 8. การประชาสัมพันธ์กิจกรรมของโครงการ

          ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของโครงการหลังจากกระบวนการติดตามผลการประเมินโครงการแล้วเสร็จ  โดยเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมโครงการตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงสิ้นสุดโครงการ โดยเผยแพร่ในเว็บไซต์ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 ซึ่งจะดำเนินการในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดโครงการ

  1. การผลิตวีดีทัศน์การดำเนินโครงการ

จะดำเนินการจัดทำหลังจากกระบวนการติดตามผลการประเมินโครงการแล้วเสร็จ ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดโครงการ ซึ่งวีดีทัศน์นี้เป็นการสรุปภาพรวมการดำเนินโครงการ มีความยาวไม่เกิน 10 นาที จำนวน 300 แผ่น พร้อมแผ่น Master โดยจะจัดส่งให้คณะกรรมการตรวจรับการจ้างในงวดงานสุดท้าย

A reader is a real reader, such resume service as a lecturer or a tutor.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>